ฉีดฟิลเลอร์ปาก: งานวิจัยบอกอะไร และภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้
ฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการยอดนิยมทั่วโลก แต่ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมากและขยับตลอดเวลา บทความนี้สรุปสิ่งที่งานวิจัยรายงานไว้ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล

ฟิลเลอร์ปากทำงานอย่างไร
ส่วนใหญ่ใช้ ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ที่เนื้อค่อนข้างนิ่ม เพื่อให้ขยับได้เป็นธรรมชาติ
ใช้เพิ่มปริมาตร ปรับขอบปาก หรือแก้ความไม่สมมาตร
ผลไม่ถาวร และ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส
งานวิจัยรายงานภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง
งานทบทวนวรรณกรรมในวารสาร Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology ปี 2023 รวบรวมรายงานผู้ป่วยจาก 19 บทความ (ปี 2010–2020) รวม 53 คน 82 ภาวะแทรกซ้อน จากฟิลเลอร์ชนิดไม่ถาวร พบว่า:
ก้อนหรือตุ่มแข็ง พบมากที่สุด 45 จาก 82 รายการ (54.9%) รวมถึงฝีและปฏิกิริยาอักเสบเรื้อรัง
ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ 9 รายการ
บวมหรืออักเสบ 9 รายการ
สีผิวเปลี่ยน 5 รายการ
เนื้อเยื่อตาย 2 รายการ
เริมกำเริบ 1 รายการ
ข้อควรรู้: งานนี้รวบรวม "รายงานผู้ป่วย" ไม่ได้บอกอัตราการเกิดในประชากรทั้งหมด และไม่นับอาการบวมช้ำปกติในช่วงแรกว่าเป็นภาวะแทรกซ้อน ผู้วิจัยพบ HA มากที่สุด เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่ใช้บ่อยที่สุด ไม่ได้แปลว่า HA อันตรายกว่า
อาการที่ต้องรีบกลับไปพบแพทย์
ปวดมากผิดปกติ หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผิวซีด เป็นลายม่วง หรือเย็นผิดปกติ (สัญญาณหลอดเลือดอุดตัน)
มีตุ่มน้ำใส คล้ายเริม
ก้อนแดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้
ลดความเสี่ยงได้อย่างไร
ฉีดโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียน อย. และขอดูกล่องก่อนฉีด
แจ้งแพทย์หากเคยเป็นเริมที่ปาก เพราะการฉีดอาจกระตุ้นให้กำเริบ
หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ชนิดถาวร หรือสารที่ไม่ทราบที่มา
สรุป
ฟิลเลอร์ปากส่วนใหญ่ปลอดภัยเมื่อทำถูกวิธี แต่ภาวะแทรกซ้อนเกิดได้จริง สิ่งสำคัญคือรู้สัญญาณอันตรายและเลือกผู้ฉีดที่มีความรู้
บทความนี้มีเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ใช่การโฆษณาขายยา ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร







Comments