ฉีดสลายไขมัน: หลักฐานจากงานวิจัย และคำเตือนจาก อย.
"ฉีดสลายไขมัน" หรือ "แฟต" ถูกโฆษณาว่าช่วยลดไขมันเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้สรุปว่าหลักฐานมีแค่ไหน และความเสี่ยงที่ควรรู้

ฉีดสลายไขมันทำงานอย่างไร
สารบางชนิด เช่น กรดดีออกซีโคลิก (deoxycholic acid) ทำลายผนังเซลล์ไขมันบริเวณที่ฉีด ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ที่ถูกทำลายออกไป
ใช้กับ ไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก และไม่ได้ลดไขมันในช่องท้อง
ผลิตภัณฑ์ในตลาดมีหลากหลาย บางชนิดเป็นสารสกัดสมุนไพรผสม ซึ่งหลักฐานทางคลินิกน้อยมาก
งานวิจัยแบบสุ่ม: กรดดีออกซีโคลิกบริเวณใต้คาง
งานวิจัยระยะที่ 3 ในวารสาร British Journal of Dermatology (2014) ศึกษาผู้ที่มีไขมันใต้คาง 363 คน สุ่มรับยาขนาด 1 หรือ 2 มก./ตร.ซม. หรือยาหลอก พบว่า 12 สัปดาห์หลังฉีดครั้งสุดท้าย สัดส่วนผู้ที่ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ (ตามการประเมินของแพทย์):
ขนาด 1 มก./ตร.ซม.: 59.2%
ขนาด 2 มก./ตร.ซม.: 65.3%
ยาหลอก: 23.0%
ผลข้างเคียงบริเวณที่ฉีด (ยาหลอก / 1 มก. / 2 มก.):
ปวดหรือแสบร้อน: 25.4% / 77.3% / 80.2%
บวม: 30.3% / 65.5% / 66.1%
ช้ำ: 41.0% / 55.5% / 53.7%
ชา: 2.5% / 47.9% / 51.2%
สรุปคือ ได้ผลจริงในงานวิจัยสำหรับบริเวณใต้คาง แต่ผลข้างเคียงเฉพาะที่พบบ่อยมาก
คำเตือนจาก อย. ไทย
ในปี 2561 เลขาธิการ อย. เตือนว่า:
อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาฉีดสลายไขมันใด ๆ (ในขณะนั้น)
ผลิตภัณฑ์ที่พบส่วนใหญ่ ลักลอบนำเข้า ราคาถูก และผิดกฎหมาย
เสี่ยง แพ้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ผิวเป็นลูกคลื่นไม่เรียบ และติดเชื้อจากการฉีดที่ไม่สะอาด
สารที่ฉีดเข้าร่างกาย ไม่ใช่เครื่องสำอาง ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. และฉีดโดยแพทย์เท่านั้น
สรุป
สารสลายไขมันบางชนิดมีงานวิจัยรองรับในบริเวณจำกัด แต่ผลิตภัณฑ์จำนวนมากในตลาดไม่มีหลักฐานและไม่ได้ขึ้นทะเบียน ควรปรึกษาแพทย์ ตรวจสอบเลขทะเบียน และจำไว้ว่าวิธีนี้ไม่ใช่การลดน้ำหนัก
บทความนี้มีเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ใช่การโฆษณาขายยา ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร







Comments