หยุดฉีดแล้วน้ำหนักกลับไหม? และเรื่องกล้ามเนื้อที่หลายคนไม่รู้
สองเรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่สำคัญมากสำหรับคนที่กำลังคิดจะใช้ปากกาลดน้ำหนัก: น้ำหนักจะกลับมาไหมหลังหยุดยา และ น้ำหนักที่ลดไปเป็นไขมันทั้งหมดหรือเปล่า

เรื่องที่ 1: หยุดยาแล้วน้ำหนักกลับมา
นักวิจัยติดตามผู้เข้าร่วมงานวิจัย STEP 1 จำนวน 327 คน หลังหยุดยาเซมากลูไทด์ไปแล้ว 1 ปี (ตีพิมพ์ปี 2022) พบว่า:
ช่วงใช้ยา คนกลุ่มนี้ลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 17.3%
หลังหยุดยา 1 ปี น้ำหนักกลับมา 11.6% หรือประมาณ 2 ใน 3 ของที่ลดไป
เมื่อนับจากวันเริ่มต้น น้ำหนักยังน้อยกว่าเดิมเฉลี่ยประมาณ 5.6%
ค่าสุขภาพที่ดีขึ้นตอนใช้ยา เช่น ความดันและไขมันในเลือด ส่วนใหญ่กลับไปใกล้ค่าเดิม
ทำไมเป็นแบบนี้? เพราะยาช่วยคุมความหิวเฉพาะช่วงที่ใช้ เมื่อหยุดยา ความหิวมักกลับมาเหมือนเดิม ภาวะอ้วนจึงถูกมองเป็น โรคเรื้อรัง ที่ต้องดูแลระยะยาว คล้ายความดันสูง
เรื่องที่ 2: น้ำหนักที่ลดไม่ได้มีแต่ไขมัน
เวลาเราลดน้ำหนักไม่ว่าด้วยวิธีไหน ร่างกายจะเสียทั้งไขมันและ มวลที่ไม่ใช่ไขมัน (lean mass) เช่น กล้ามเนื้อ น้ำ และเนื้อเยื่ออื่น ๆ
ในงานวิจัยย่อยของ STEP 1 ที่วัดองค์ประกอบร่างกายด้วยเครื่อง DXA พบว่าประมาณ 38-39% ของน้ำหนักที่ลดเป็น lean mass
ในงานวิจัยยาเทอร์เซพาไทด์ ตัวเลขนี้ประมาณ 25%
ข้อควรรู้: เครื่อง DXA แยกกล้ามเนื้อออกจากน้ำและเนื้อเยื่ออื่นไม่ได้ ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่กล้ามเนื้อล้วน ๆ แต่ก็เป็นสัญญาณว่าเราควรดูแลกล้ามเนื้อระหว่างลดน้ำหนัก
ดูแลตัวเองอย่างไรดี
กินโปรตีนให้พอ ทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นม (ปริมาณที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร)
ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ยกน้ำหนัก บอดี้เวท สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อรักษากล้ามเนื้อ
สร้างนิสัยใหม่ตั้งแต่ตอนใช้ยา เช่น กินช้าลง ตักอาหารน้อยลง นอนให้พอ เพื่อให้ทำต่อได้หลังหยุดยา
วางแผนการหยุดยากับแพทย์ อย่าหยุดเองหรือใช้แบบเป็นช่วง ๆ โดยไม่มีแผน
สรุป
ปากกาลดน้ำหนักช่วยได้จริง แต่ ยาเป็นแค่ตัวช่วย สิ่งที่ทำให้ผลอยู่ได้นานคือพฤติกรรมที่เราสร้างระหว่างใช้ยา และการติดตามกับแพทย์
บทความนี้มีเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ใช่การโฆษณาขายยา ก่อนใช้ยาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร







Comments